2008/12/03

แจ้งย้ายบล็อก




เปิดดูเรื่องราวที่แก้ไขใหม่ และเพิ่มเติมได้ที่
http://www.nakittikoon.blogspot.com/ ครับผม

2008/10/16

การ์ด โปสการ์ด


ผลงานใหม่ของพวกเราสำหรับส่งความสุขปีใหม่นี้ เป็นเรื่องราวของเด็กไทย สนุกดีนะ




2008/08/24

อยากมีลูกม้า



รูปนี้ พี่ผักบุ้งเป็นคนวาดมาฝากน้อง ๆ พิเศษนะคะ
ต่อไปก็เป็นเพลงอยากมีลูกม้า ซึ่งสำหรับครั้งนี้ ก็สำหรับคนที่อ่านโน้ตได้ก่อน
บล็อกนี้อนุญาตให้ทำเพลงลงได้เมื่อไรก็จะลงให้ แต่ตอนนี้ยังมีปัญหาอยู่







เด็ก ๆ ทุกคนชอบเพลงอยากมีลูกม้า ครูก็ไม่เบื่อเพลงนี้


พอถึงตอนม้าควบ ลองให้เด็กตบมือ หรือ ตีกรับให้พอดีกับคำที่ร้อง จะสนุกมาก











2008/07/10

เชิญชมภาพเขียนบุคคลพิเศษ
















พวกเราทุกคน วาดภาพกันมาหลายรูป แล้วเราก็เลือก เลือกแล้วเลือกอีกว่า รูปไหนนะที่น่าโชว์



ในที่สุด เราเลือกภาพ ทำกรอบไม้ แล้วเราก็มีโอกาสอีกครั้ง















ขอเชิญ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ผ่านไปที่ร้านหนังสือคิโนคูนิยะสาขาสยามพารากอน
แวะเข้าไปทางส่วนแสดงภาพเขียน ของคิโน ฯ นะครับ
จะได้ชมภาพเขียนของพวกเราอย่างจุใจครับ
ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม -15 สิงหาคม 2008


ขอบคุณท่านผู้บริหารคิโนคูนิยะเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความสนใจกับภาพเขียน

และสนับสนุนให้เราจัดแสดงครั้งนี้ครับ




2008/07/09

บรรยากาศงานแสดงภาพเขียนที่อักโกะอาร์ท แกลเลอรี่







วันสนุก ๆ ของเรา
ครั้งก่อนเดือนเมษา 2008 ที่เราแสดงภาพเขียนในอักโกะ แกลเลอรี่ ประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม
ตอนนี้ เรามีเครื่องออกกำลังกายเพิ่มหลายชิ้นเชียวครับ ต้องขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุน
ไม่เฉพาะซื้อภาพเขียน แต่ท่านยังได้มอบเครื่องออกกำลังกายให้ด้วย
พวกเราชอบมาก เพราะทุกวันนี้ เราได้ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ
ขอบคุณ คุณอักโกะ เดวิส์ เจ้าของแกลเลอรี่ชาวญี่ปุ่นที่ได้ให้ความสนใจกับภาพเขียนของเรา
และยังสนับสนุนให้มีการแสดงภาพเขียน พวกเราภูมิใจมาก
จริง ๆ แล้ว นอกจากจะเชี่ยวชาญทางศิลปะแล้ว คุณอักโกะยังทำอาหารอร่อยด้วยครับ

2008/05/22

สร้างทักษะการฟัง

ทักษะทางการฟัง
ทักษะอย่างแรกของคนที่จะเป็นนักดนตรีได้ดี หรือ เป็นนักร้อง ก็คือความสามารถในการเลียนแบบเสียง มีความสามารถในการได้ยินเสียงในความคิด ซีดี คอนเสิร์ต จากคนอื่นที่แสดง และยังสามารถเล่นซ้ำ ร้องซ้ำได้ และนี่เองเป็นปฏิภาณทางดนตรีพื้นฐานทีเดียว

เด็กพิเศษส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีเสียงแบบ โมโนโทน monotone คือ ไม่ว่าจะขึ้นลงระดับไหนก็ยังวนอยู่ที่เสียงเดิม อาจเรียกได้ว่า tone deaf แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาหมดหวัง เพราะ การฝึกทุกวัน ก็จะทำให้เด็กเริ่มยินเสียงที่แตกต่าง

การร้องตัวโน้ต หรือร้องเพลงเป็นการฝึกทักษะทางการฟังที่ดีมาก เพราะคนที่ฝึกจะต้องได้ยินเสียงภายใน หรือได้ยินในหัวของเขา และร้องแตะระดับเสียงที่ใช่ ก่อนที่จะร้องออกมาอย่างถูกต้อง การร้องยังช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่า ยินเสียงที่ถูกหรือเปล่า
นอกจากเรื่องของระดับเสียง คู่เสียงแล้ว ยังควรฝึกจังหวะ คอร์ด และ สีสันของเสียงด้วย เช่นเครื่องดนตรีที่ได้ยินเป็นเสียงเครื่องอะไร





http://freekidsmusic.com/traditional/index.html
จากเว็บข้างบน มีเพลงมากมายให้เลือกเอามาใช้กับกิจกรรมข้างล่างนี้

ให้เด็กลองฟังเพลงง่าย ๆ สักเพลง และ
เริ่มจากการคิดทำท่าทางหรือเคลื่อนไหวให้ประสานสัมพันธ์ไปกับจังหวะเพลงก่อน เพื่อเด็กจะได้คุ้นกับเพลง

1.ให้เขาตบมือเป็นจังหวะเท่า ๆ กัน เท่ากับชีพจรของเพลง
2.ตบให้ถี่ขึ้นเท่าตัว
3.ตบให้ห่างเท่าตัว
4.ตบเหมือนกับจังหวะของทำนองเพลง
5.ร้องทำนองเพลงเป็นเสียงลาลา
6.ร้องคำร้องของเพลง คุณลองทำเป็นเพลงภาษาไทย หรือ คำซ้ำ ๆ ที่อยากให้เด็กๆ ฝึกก็ได้



ทำแต่ละเพลงให้คล่อง ๆ เท่านี้ ก็มีกิจกรรมการฝึกที่จะช่วยการฟังของเด็กได้อย่างไม่เบื่อ

ภาพวาดโดย ทีค เมษา2008

2008/04/09

นิทรรศการภาพเขียน "เราก็วาดได้"

รายละเอียดข่าวนิทรรศการ “เราก็วาดได้”
“สองวันในหนึ่งสัปดาห์ พวกเราเข้ามารวมกลุ่มกันเขียนเส้น ลงสี
เจ็ดปีผ่านไป ลายเส้นของเราเปลี่ยน ฝีแปรงของเรามาดมั่น
ลายเส้นและสีของเรามีเอกลักษณ์ขึ้นมาอย่างชัดเจน
พวกเราจึงรวบรวมงานแสนรัก มาให้ชม
ไม่ว่าจะลงมือทำอะไร ทำไปอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง และมุ่งมั่น
ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็สร้างงานสีและเส้นได้ทั้งนั้น”
นี่คือจุดเริ่มต้น ของการจัดงานนิทรรศการภาพเขียน
โดยกลุ่มคนพิเศษ ณ กิตติคุณ ซึ่งได้ฝึกฝนต่อเนื่องกันมาหลายปี
อักโกะ อาร์ท แกลลอรี่ ให้การสนับสนุน มูลนิธิ ณ กิตติคุณ ในการจัดการแสดงนิทรรศกาพเขียนในครั้งนี้ โดยเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2008 ถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2008

วันเปิดนิทรรศการ: 19 เมษายน 2008 เวลา 15:30 (19:00) โดยได้รับเกียรติจาก คุณอดิศักดิ์ พงษ์ศักดิ์ กรรมการผู้จัดการสุวรรณกรุ๊ป เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ

ผลงานในนิทรรศการทั้งหมดเป็นภาพเขียนสีชอล์ก ภาพเขียนสีอะคิลิค จากกลุ่มบุคคลพิเศษ ที่ได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกฝนเรียนรู้ ด้านศิลปะ ที่มูลนิธิ ณ กิตติคุณ มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และรวบรวมผลงานของหลาย ๆ คน มาจัดนิทรรศการในครั้งนี้

อักโกะ อาร์ท แกลลอรี่ โดยคุณ Atsuko Suzuki Daries เจ้าของ Gallery ที่สะสมประสบการณ์ด้านห้องงานศิลปะมากว่า 15 ปี มีการจัดแสดงผลงานของทั้งชาวไทย ยุโรป และ ญี่ปุ่น หลายต่อหลายท่านมาเป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลงานที่คุณ Atsuko นำมาแสดงแต่ละนิทรรศการนั้น เป็นผลงานศิลปะที่แสดงถึงความตั้งใจและพลังความคิดของศิลปินอย่างยอดเยี่ยม มีแนวความคิดเป็นแบบฉบับของตนเองในทุกชิ้นงาน สำหรับนิทรรศการ “เราก็วาดได้” คุณ Atsuko ได้มีความตั้งใจและมีจุดมุ่งหมายที่จะสนับสนุนการนำผลงานและความสามารถของบุคคลพิเศษ ทางศิลปะ สู่สายตาสาธารณชน และสร้างกำลังใจที่ดีต่อครอบครัวของบุคคลพิเศษ

สำหรับภาพที่จะจำหน่ายได้ในนิทรรศการ และ เงินบริจาคระหว่างแสดงนิทรรศการทั้งหมด ทาง อักโกะ อาร์ท แกลลอรี่ มอบให้มูลนิธิ ณ กิตติคุณ เพื่อไปสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ออกกำลังกาย (เครื่องออกกำลังกาย เครื่องกีฬา) ในการทำกิจกรรมให้กับบุคคลพิเศษ

สถานที่แสดงนิทรรศการ: อักโกะอาร์ทแกลลอรี่ (AKKO GALLERY)919/1 ถ.สุขุมวิท ใกล้ป้ายจอดรถประจำทางซอย 49 ตรงข้ามกับโรงแรม Rex Hotel
เดินทางโดยรถไฟฟ้า: สถานีทองหล่อ ออกทางประตู 1


เวลาทำการของแกลลอรี่ : จันทร์-เสาร์ เวลา 10:00-19:00 (สนใจเข้าชมในวันอาทิตย์หรือหลังเวลาปิดทำการกรุณานัดล่วงหน้า)
โทรศัพท์:  (662) 259 1436
แฟกซ์: (662) 662 4209
E-mail   akkoart@csloxinfo.com หรือ nakittikoon.fd@gmail.com
Web address www.akkoart.com
เข้าเยี่ยมชม web blog ของ มูลนิธิ ณ กิตติคุณ ได้ที่ http://www.nakittikoon-fd.blogspot.com/

2008/03/13

ดินน้ำมันที่แสนธรรมดา

เด็ก ๆ ทุกคนก็คงผ่านการเล่นดินน้ำมันกันมาทั้งนั้น สนุกกับการขยำ บี้ คลึง กด ฉีก ดึงออกมาเป็นชิ้น ๆ สนุกกับการปั้นดินเป็นรูปต่าง ๆ แถมยังมีสีสันน่าใช้ ไม่พอ ยังมีกลิ่นน่าดมอีกด้วย (ยกเว้นใช้ไปนาน ๆ กลิ่นก็แปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นเค็ม ๆ)
ดินน้ำมันนั้น ความจริงแล้ว เป็นอุปกรณ์การสอนที่ราคาถูกไม่เป็นอันตราย และยังช่วยลูกพิเศษของเราได้ในระดับที่น่าพอใจ

ดินน้ำมัน – ดินเหนียว - ครอบครัวไทย
เราจะเห็นว่า มีหลาย ๆ คน สามารถปั้นดินเป็นรูปต่าง ๆ ได้ยอดเยี่ยมมาก แต่ไม่อาจวาดรูปนั้นออกมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลุง ป้าน้าอา ในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ ท่านเหล่านั้นจะมีความสามารถเหมือนติดตัวมาเลย บ้านใดที่อยู่ห่างเมืองก็ยังใช้ประโยชน์จากดินเหนียวปั้นได้ด้วย เราต้องการเพียงคนที่มีความสามารถในการปั้น ในครอบครัว มาช่วยสอนลูกของ
เรา ดังนั้น งานปั้น จึงน่าจะเป็นสิ่งที่นำมาใช้เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้อยู่ด้วยกัน ช่วยสอนทักษะการปั้นให้ลูกของเราได้

ทำไมดินน้ำมันจึงมีส่วนช่วยเด็กพิเศษได้
มีเด็กพิเศษเป็นจำนวนมากที่มีปัญหาทางด้านการสัมผัส เห็นอะไรที่แปลกไปหน่อย ก็ไม่กล้าจับ หรือ มีอะไรระคายเคืองสักนิด ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ยอมใส่เสื้อ หรือ ถุงเท้าที่มีเส้นด้ายหลุดออกมา
ไม่ยอมใส่หมวก รองเท้าบางชนิดก็จะไม่ใส่ ยิ่งกว่านั้น ไม่ยอมแม้กระทั่งจับของบางอย่าง กาว แป้งเปียก ดินสอสีเทียน ดินน้ำมัน สีสำหรับระบายด้วยมือซึ่งมีแป้งเป็นส่วนประกอบ เขารู้สึกแปลก ๆ กับสารเหล่านี้ เด็กบางคนอาจไม่ได้มีปัญหานี้ แต่ไม่มีทักษะในการหยิบจับข้าวของ สิ่งอะไรเกี่ยวกับมือที่ดูเหมือนง่าย แต่เขาจะงุ่มง่าม ทำไม่ได้ดี อาจชอบปัดของตก ชอบตี หยิก คนอื่น หรือ ทำกับตัวเอง จับดินสอไม่เป็น ไม่สามารถป้อนข้าวตนเองได้ทั้ง ๆ ที่อายุควรจะทำได้แล้ว

เอาดินน้ำมันมาช่วยการพูด และภาษา
และเมื่อเริ่มให้เด็กมาจับดินน้ำมัน หลายคนอาจจะรู้สึกแปลก ๆ แต่หากเราชักชวน เราสนุกกับมัน เขาก็จะเริ่มเข้ามาเล่นกับดินชนิดนี้ได้ แม้การจับดินน้ำมันปั้นอาจง่าย เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กบางคน แต่มีเด็กอีกกลุ่มที่จะไม่ยอมจับมันเลย คุณต้องหาวิธีการที่จะช่วยให้เขาอยากเล่นกับมัน คุณเริ่มได้ด้วยการปั้นเป็นรูปต่าง ๆ ปั้นไป เล่านิทานไป ปั้นไป เล่นเกมไป ใช้เวลาอาจนานหลายสัปดาห์ แต่วันหนึ่งคุณจะได้ใจของเขา เขาจะกลายเป็นคนที่ช่วยคุณปั้นเล่าเรื่องต่าง ๆ

ปั้นดิน เล่าเรื่อง เป็นเรื่องของภาษาที่นำมาใช้ผสมผสานกัน เวลาสอนลูกพิเศษ อย่าลืมคิดว่า เป้าหมายของคุณคืออะไร ลูกยังพูดไม่ชัด การเล่าเรื่อง และให้เด็กเล่าซ้ำ ช่วยเล่ากับคุณ เท่ากับเป็นการช่วยเรื่องภาษาอย่างสนุกสนาน

ทุกวันนี้กล้องดิจิตอลเป็นสิ่งที่ใช้กันอยู่ทั่วไป คุณเล่าเรื่องกับเขา จัดฉาก เล่าไป ถ่ายไป เอามาดูด้วยกันเป็นเรื่องเป็นราวที่สนุกสนาน ราวกับการตูน ใครจะรู้บ้างว่า ในอนาคต ลูกของคุณอาจมาจับงานอานิเมชั่นก็เป็นได้

เอาดินน้ำมันมาช่วยในการมอง
เด็กหรือคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจการวาด ก็มักเป็นคนที่ไม่ได้สนใจการมองอะไรให้ละเอียด หากต้องวาดอะไรขึ้นมา ก็มักจะเป็นภาพแบน ๆ ไร้มิติ ความกว้าง ลึก หนา เด็กพิเศษเอง ก็เช่นกัน เมื่อเขาวาดภาพออกมาเราจะเห็นว่า เขามักวาดเป็นภาพลายเส้นแบน ๆ ระบายสีแบน ๆ ไม่ได้มีเงาให้เห็น ซึ่งมันบ่งบอกว่า เขาอาจไม่ได้สังเกตเรื่องของแสงเงา ไม่ได้สังเกตว่า ของชิ้นหนึ่ง ๆ มีมวลของมันที่หนาไม่เท่ากัน รูปร่างต่างกัน
การใช้ดินน้ำมันปั้นรูปต่าง ๆ นั้นจะช่วยให้เด็กได้รับรู้ถึงมิติของสิ่งต่าง ๆ จะเข้าใจความหนา บาง สูง ลึกของสิ่งเหล่านั้น เขาจะค่อย ๆ ซึมซับเรื่องเหล่านี้เข้าไป บางครั้ง การอธิบายจากของจริง และฝึกให้มอง ให้วาดนั้น มันอาจยากจนกระทั่งคนสอนแทบหมดกำลังใจ แต่หากเราให้เด็กปั้น แล้ววาดสิ่งที่ตัวเองปั้นขึ้นมา คือการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาเข้าใจมากขึ้นเพราะเขาต้องปั้นสิ่งนั้น เขารู้ว่ามันมีมวล มีความหนา เขาเริ่มเข้าใจได้ เมื่อทดลองวาด ก็จะพยายามสร้างมิติขึ้นมาด้วยเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งคนสอนจะต้องค่อย ๆ ให้เขา
ดินน้ำมันกับจินตนาการ
แม้ว่าเราจะมีของเล่นมากมาย เราซื้อทุกอย่างที่ต้องการได้ เราพยายามสร้างจินตนาการให้ลูกด้วยการซื้อหุ่นยนต์แปลงร่างให้เขา ซื้อชุดครัวของเล่น ซื้อตุ๊กตาบาร์บี้พร้อมกับชุดแฟชั่นมากมาย แต่หากคิดดี ๆ คุณคงจะยอมรับว่า ไม่มีอะไรมาแทนที่ดินน้ำมันที่แสนธรรมดานี้ได้
ไม่ว่าลูกของคุณจะอยากเล่นอะไรที่เกี่ยวกับเครื่องบิน หุ่นยนต์ กลไกต่าง ๆ เขาสามารถปั้นสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาได้ ในพริบตา เมื่อเด็กถูกฝึกให้ปั้นทุก ๆ วัน มันจะเหมือนกับการฝึกเล่นดนตรี ฝึกกีฬา ทุกวันที่ผ่านประสบการณ์การปั้น ลูกจะมีทักษะมากขึ้น สามารถคิดแปรเปลี่ยนสิ่งที่ปั้นออกไปตามจินตนาการได้สารพัด ปัจจุบัน ดินน้ำมันมีสีสด สวย เด็ก ๆ จะเล่นสร้างอะไรก็ได้ขึ้นมาจากดินเหล่านี้ มันเป็นตัวช่วยให้เด็กได้แสดงออกถึงความคิดของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ครั้งนี้ เราเห็นความสำคัญของดินน้ำมัน ลองทำดูสักเดือนสองเดือนทุก ๆ วันกับลูก บันทึกการเปลี่ยนแปลงในการมองของเขา บันทึกความสามารถในการปั้นของเขาไว้ แล้วคุณจะอัศจรรย์ใจกับสิ่งทีเกิดขึ้น
สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ไม่ให้เอาดินไปอุดจมูก อุดหู หรือกินเข้าไป รวมทั้งยังมีเด็กที่ชอบปั้นดินเล็ก ๆ เอาไปอุดตามเครื่องมือเครื่องใช้ในบ้าน

ดังนั้นเมื่อ เริ่มใช้ดินน้ำมันกับลูก เราจึงต้องสอนให้เขารู้จักกฎเกณฑ์ของมัน ที่จะไม่นำมันไปใช้ผิดจุดประสงค์เสียก่อนด้วย ดินน้ำมันก็จะกลาย เป็นทรัพย์สินมีค่าที่สอนลูกของคุณได้เกินคาด

2008/01/27

เสียงน่าสนใจรอบตัว



ปัญหาทางการประมวลความรู้สึกของเด็กพิเศษในเรื่องของเสียงนั้น ซับซ้อนมาก เด็กบางคนเจอเสียงนิดหน่อยก็อุดหู ทำเหมือนได้ยินเสียงอะไรที่ดังมากเกินไป หรือบางคนชอบทำเสียงแปลก ๆ ขึ้นมาจนเป็นนิสัย ทำทั้งวัน เด็กบางคนทำเสียงเมื่อไม่ต้องการได้ยินเสียงของคนอื่น เด็กที่มีปัญหาเรื่องเสียงเหล่านี้ ต้องการความช่วยเหลือในการทำกิจกรรม ถ้าเราจะเข้าใจเขาหน่อยว่า " เสียงแบบนี้ ฉันไม่ชอบนะ มันแทงหูเกินไป เสียงแบบนี้ ก้องเกินไป พ่อ กับแม่คิดว่ามันไม่มาก แต่พอมันเข้าไปในโสตประสาทของหนูแล้ว มันดังมากเหลือเกิน" เด็กอยากบอก แต่ไม่รู้จะสื่อสารบอกผู้ใหญ่อย่างไร กลายเป็นความคับข้องใจที่ต่างคนต่างไม่เข้าใจกัน วุ่นวายไปใหญ่

จุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาประสาทสัมผัสของเด็กทุกคน คือ เรื่องน้ำเสียงของสิ่งต่าง ๆ เรากับลูกจะสังเกตเสียงที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว สร้างความคุ้นเคยให้เด็กชินกับเสียง รอบตัว ให้เขาสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปล่อยผ่าน ๆ


กิจกรรมเกี่ยวกับเสียง

เสียงของอะไร ลองวาดเส้นง่าย ๆ ว่า เป็นเสียงจากอะไร ซึ่งการทำเช่นนี้ เป็นการช่วยให้สื่อสารง่ายสำหรับเด็กที่ไม่สื่อสาร เช่นได้ยินเสียงรถ เสียงนก เสียงรถไฟ เหล่านี้ วาดได้ง่าย ๆ ผู้ใหญ่ทำให้ดูก่อน แล้วเด็กทำบ้าง



· เสียงอะไรบ้าง เราทำบัตรคำไว้ให้เด็กเลือกก็ได้
· มันแตกต่างกันอย่างไร เสียงสูง ต่ำ ถ้าเด็กยังไม่พูดทั้งที่โตแล้ว ให้ใช้สัญลักษณ์ลูกศร
· บอกลักษณะของน้ำเสียงด้วยท่าทางประกอบ เช่น เสียงดัง - กางแขนออกกว้าง ๆ
· เสียงเบา - เอามือมาประกบใกล้ๆ กัน
· เสียงสูง ชี้ไปบนฟ้า
· เสียงต่ำ ชี้ไปด้านล่าง ดิน
· เสียงเป็นคลื่น สลับไปมา ทำมือเหมือนคลื่น เป็นต้น

สร้างเสียงขึ้นเอง
วัสดุต่างชนิด หากนำมาทำเป็นเครื่องเคาะ ก็ให้น้ำเสียงที่แตกต่างเป็นเอกลักษณ์ของตน เด็ก ๆ จะสนุกถ้าได้สำรวจเสียงที่มีจากวัตถุต่าง ๆ เมื่อมีการตีลงไป อาจเป็น ขวดแก้ว พลาสติก โลหะต่าง ๆ แทบทุกอย่างที่แข็ง นำมาเป็นเสียงได้ทั้งสิ้น แม้กระทั่งเสียงฉีกกระดาษ ขยำกระดาษ เด็กจะประหลาดใจเมื่อพบว่า แก้วที่มีขนาดต่าง กัน ให้เสียงต่าง กัน เมื่อมีน้ำบรรจุอยู่ไม่เท่ากัน ก็ให้เสียงต่างกันด้วย เสียงน้ำในขวด นำมาทำเป็นเพลงง่าย ๆ มีโน้ต สามหรือสี่ตัวได้ สนุกมาก ส่วนไม้ ก็มีความแตกต่างของเสียงอยู่ เมื่อเอามาชนกัน ยังมีเสียงของตะปูตัวใหญ่ เล็ก เสียงของ โลหะ แบบต่าง ๆ ที่ขนาดไม่เท่ากัน เสียงของหนังยางขึงไว้กับกล่อง ฯลฯ
เสียงของผู้ใหญ่ ชายหญิง คนชรา เด็ก
เด็กควรมีโอกาสฟัง ออกความเห็น และบอกลักษณะของเสียงต่าง ๆ ของคนในบ้าน หรือฟังเพลงที่มีเสียงร้องต่างกัน เด็กบางคนฟังประโยคแรกก็รู้แล้วว่าใครร้อง แต่เด็กหลายคนไม่เคยสังเกตอะไรเลย เราจึงควรสอนให้เด็กสนใจเสียงของคน

เด็กกลัวเสียง
เสียงดัง ทำให้เด็กเล็กกลัวอยู่แล้ว ยิ่งเสียงดังที่เกิดทันควัน ยิ่งน่ากลัว ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กเกิดความกลัวเสียด้วย เด็กบางคนกลัวแล้วก็ปรับตัวได้ แต่ยังมีคนที่มีความกลัวฝังใจ ดังนั้นในเรื่องนี้ ต้องค่อย ๆ ช่วยให้เด็กหายกลัว อาจใช้เวลานาน เราช่วยเขาได้ เช่น อยู่ด้วยเมื่อมีเสียงดังนั้น กอดเขาไว้ ให้ความมั่นใจว่า ไม่เป็นอันตราย สำหรับเด็กที่กลัวมากเกินไป ฝังใจลึกมาก ๆ ต้องปรึกษาแพทย์

กิจกรรมเรื่องเสียงของวันนี้ เป็นเพียงการเริ่มต้น ถ้าเราเข้าไปสู่โลกดนตรี ยังมีเสียงสารพัด ให้ฟัง ให้สังเกตและสนุกไปกับเสียงอีกมากมาย

แถมด้วยเสียงเพลงสักนิด ลองฟัง work song เพลงนี้ดู สนุก และให้เด็กตบจังหวะ เหมือนเสียงของแนวเบสในเพลง ซิ
video
เข้าไปในเว็บของคุณ Kalani Nishimura
http://www.kahili.net/kauai/midi.html
วันนี้ฝากเพลงสไตล์ ฮาวายให้ฟังแล้วถ้าชอบ ก็มีงานของเขาให้ฟังสบาย ๆ จนจุใจ เป็นเพลงที่ฟังง่าย ๆ ไม่ยาวเกินไป แม้ไม่มีเนื้อร้อง แต่นำมาเล่นจังหวะกับลูก ๆ อย่างที่เคยให้คำแนะนำมาแล้วในบล็อกก่อนหน้านี้ได้

2008/01/15

สอนศิลปะให้ลูก


สอนศิลปะลูกพิเศษด้วยตัวเอง…..

คุณพ่อที่ต้องทำงานหนัก คุณแม่ที่เป็นผู้หญิงทำงาน
จะช่วยลูกได้อย่างไร ในเมื่อเวลาของเราก็หมดไปกับ
กิจกรรมมากมายในแต่ละวัน แล้วเราซึ่งไม่เคยวาด
รูปเป็นจะช่วยลูกวาดรูป หรือทำงานศิลปะคงเป็นไป
ได้ยาก บางภาพรู้สึกว่าดูไม่ได้ แต่ครูกลับบอกว่า
สวยจัง ภาพที่เราว่าสวย คนอื่นกลับรู้สึกเฉย ๆ



ที่เราพยายามชักชวนให้คุณครูเด็กพิเศษหรือคุณพ่อ
คุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ของเด็ก ๆ ช่วยเขาในด้านของดนตรี ศิลปะ โดยสนับสนุนให้ตัวผู้ใหญ่ได้ลงไปใน
ด้านนั้น ด้วยเพื่อเหตุผลทั้ง ในเรื่องของความเข้าใจในตัวลูกและอีกอย่างคือ เป็นการสร้างความรู้สึกชื่น
ชอบในศิลปะของตัวคุณเองซึ่งสามารถส่งต่อไปให้ลูกได้

เพื่อความเข้าใจลูก.....

เราเอง มักจะต้องการสร้างให้เด็กเข้ามาอยู่ในโลก รูปแบบของเรา เราเรียกร้องที่จะให้ลูกเข้าใจโลกของเรา และเราก็ช่างเข้าใจโลกของเขายากเสียเหลือเกิน คุณพ่อ คุณแม่ที่เป็นนักบัญชี ก็มักหดหู่ใจเมื่อเห็นลูกคิดเลขไม่ได้เหมือนตัว คนที่เป็นนักธุรกิจก็อาจกลุ้มใจที่ลูกไม่สามารถมีสังคมได้เลย ท่านที่เป็นแพทย์ก็จะรู้สึกแย่กับการที่ลูกเป็นเด็กพิเศษขึ้นมาแบบใดแบบหนึ่ง แต่ความเป็นคนพิเศษไม่ได้ติดอยู่กับอาชีพของพ่อแม่ เขาเกิดมาในครอบครัวใดก็ได้ ยากดีมีจนอย่างไร ก็มีเด็กพิเศษได้พอ ๆ กัน การที่คุณจะก้าวเข้าไปสู่โลกของศิลปะ มันก็เหมือนกับการที่พยายามให้ลูกก้าวเข้ามาในโลกของคุณ หลายคนบ่นว่า ฉันวาดรูปไม่ได้ ฉันไม่เห็นว่ามันสำคัญอะไร แต่หากคุณผ่านธรณีประตูโลกเดิม กับโลกใหม่เข้ามาได้ คุณก็จะรู้ว่า ที่ลูกจะต้องก้าวเข้ามาสู่โลกในรูปแบบธรรมดาของพวกเรานั้น มันยากเย็นเพียงไร

เหตุผลเชิงศิลปะ...

คุณพ่อแม่ที่มีศิลปะในตัวนั้น ทักษะการมอง การวาด มักติดตัวลูกที่ใกล้ชิดพ่อ แม่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ เพราะศิลปะเป็นเรื่องของจิตใจ การมองด้วยตา ความถนัดทางการใช้พื้นที่ว่าง เป็นทักษะที่สร้างได้โดยไม่ต้องใช้ห้องเรียน ตัวเลข หรือตัวหนังสือ โลกรอบตัวคือโรงเรียนของเด็ก เด็กหลายคนอาจมีความถนัดทางด้านนี้อยู่บ้าง แต่หากในครอบครัวไม่ได้สนใจเรื่องลายเส้น ลายสี เราก็คงไม่มีโอกาสที่จะเห็นว่า ลูกก็มีความสามารถ หรือความถนัดในด้านนี้ ดังนั้น หากคุณก้าวเข้ามาพบกับความงามในศิลปะ กลายเป็นพ่อแม่ที่รักศิลปะ
ก็ย่อมส่งต่อให้ลูกได้ง่ายขึ้น

หากเราฝึกให้ตัวเองได้ เห็นอะไร ๆ ในภาพ หรือในธรรมชาติ ลึก ละเอียด กว่าที่เคย เราจะเห็นความงามที่เรามองไม่เห็นมาก่อน ดังนั้น การมองให้เป็น ให้ได้รับอารมณ์ร่วมกับภาพที่เห็นนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องสร้างให้เกิดขึ้นก่อนที่จะนำไปใช้กับเด็กพิเศษที่อยู่ในความดูแลทั้งเพื่อช่วยเราเอง และตัวเด็ก

คุณเริ่มต้นได้จากการลองวาดรูปง่าย ๆ ตามการ์ตูนน่ารัก ๆ จากภาพที่คุณเห็น จากของจริง การเข้าไปดูงานศิลปะที่งดงาม ซึ่งเดี๋ยวนี้ ก็ดูจากบ้านผ่านอินเตอร์เน็ตยังได้ การอ่านสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะ จะช่วยเป็นถนนก้าวไปสู่งานศิลปะ ที่จะทำให้คุณมีไอเดียช่วยสร้างทักษะทางศิลปะให้ลูกไม่จบสิ้น เรื่องเหล่านี้ ใช้เวลาวันละนิดละหน่อย แต่ต้องใช้อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง ความงามในศิลปะก็จะเข้าไปในตัวคุณ แล้วคุณก็สามารถชักชวนให้ลูกชอบได้เช่นกัน

14/01/2008









2008/01/08

การ์ดผลงานของเด็ก ๆ

กลางปี 2007 เด็ก ๆ ได้เข้ามา

วาดรูปกันที่มูลนิธิ ณ กิตติคุณ

ผลงานดี ๆ ถูกคัดเลือกมาพิมพ์

เป็นการ์ดอวยพรในโอกาสต่าง ๆ

โดยมีหัวข้อเป็นวิถีชีวิตคนไทย

เวลาที่เราทำกันนั้นสนุกมาก

และตลกด้วย... เพราะรูปภาพ

ของหลาย ๆ คน เห็นแล้วขำจริง ๆ



(คลิกที่รูปเพื่อขยายภาพ)

สงวนลิขสิทธิ์ 2007

2007/12/27

สัมนาบุคลากรโครงการเด็กป่วยเรื้อรัง 13 ธันวาคม 2007

เด็กป่วยกับดนตรี

Presentation วันที่ 13 ธันวาคม 2007

รพ.จุฬาฯ


video

2007/12/25

เล่นกลองกับลูก ด้วยจังหวะสองแบบ



กลองกับเด็ก เป็นของคู่กัน เด็กๆ ชอบกลองมาก
อย่างน้องพัดอาจกลัวเสียงกลองใหญ่ที่มีเสียงดัง
แต่ก็ยังมีใจที่จะตีกลอง รักที่จะเล่น

การที่เด็กจะตีกลองแบบตามใจของเขานั้น
ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะพาเขามาสู่จังหวะที่ดีได้
หากลูกเล่นกลองแล้วไม่เป็นจังหวะ
หรือเสียงดังน่ารำคาญสำหรับเราเหลือเกิน
ขอให้ใจเย็น ๆ ขอให้ดูว่า
เราจะนำเสียงกลอง ที่เขาชอบมาช่วยได้อย่างไร

อย่าเอาแต่ห้ามลูกไม่ให้เล่น
แต่เบี่ยงเบนให้ความชอบกลองของเขานั้น
นำมาสู่ระเบียบของจังหวะที่น่าฟัง

น้องพัดครับ .... ลองตีแบบนี้ดูซิ คุณพ่อ จะร้องเพลง แล้วลูกตีประกอบไปกับพ่อนะครับ
หรือ น้องพัดครับ ฟังเพลงนี้ซิ เราตีไปกับเพลงกันดีไหม

เหมือนกับที่เด็กเขียนอะไรลงไปในกระดาษเป็นเส้นยุ่งเหยิง
เด็กบางคนก็ชอบตีจังหวะอะไรที่รู้สึกยุ่งเหยิงเช่นกัน


จังหวะสองแบบเบื้องต้นง่าย ๆ ที่ต้องแยกให้ออกคือ
ชีพจรจังหวะ (เท่า ๆ กัน..... pulse , beat)
จังหวะตามทำนองเพลง


ชีพจรจังหวะ
เพลงทุกเพลงจะต้องมีชีพจร เป็นเหมือนการเต้นของหัวใจ
เต้นช้าหรือเร็ว สังเกตว่าเวลาเราตบมือตามเพลงที่เราชอบ
เรามักตบเป็นจังหวะเท่า ๆ กัน
เราจะค่อย ๆ จับชีพจรจังหวะของเพลงนั้น
เด็กบางคนจะทำได้ทันควัน
แต่บางคนต้องการการฝึกฝน หลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ เพลง

เราลองทำกันจากเพลงเด็กง่าย ๆ ก่อน

จังหวะตามทำนองเพลง
จังหวะตามทำนองเพลงนี้คือ เราร้องอย่างไร
เสียงยาวสั้นอย่างไรก็ตาม ให้ตบตามนั้นตรงเผง
เป็นจังหวะตามทำนองหลักของเพลง



เพลงตัวอย่าง ตีจังหวะ ชีพจรของเพลง Twinkle Twinkle Little star
จาก http://www.midiarchive.co.uk/midi/Classics/

Twinkle Twinkle Little star.midi
ตีจังหวะตามทำนองของเพลง จากนั้นลองตีชีพจรของเพลง

2007/12/13

เล่นเส้นสู่การวาด 2


ลองมองไปที่รูปด้านขวามือ ดูซิ คุณเห็นเส้นแบบใดบ้าง ในห้าแบบนี้

เส้นนอน เส้นตั้ง(เส้นดิ่ง) เส้นโค้ง เส้นซิกแซก เส้นแทยงมุม (เส้นเฉียง)
สำหรับลูกพิเศษของเรา กว่าจะเข้าใจเรียกชื่อแต่ละเส้นได้อาจยาก
กว่าจะเขียนเป็นแต่ละเส้นได้ก็อาจใช้เวลา ต้องรอคอย ต้องช่วย


จับมือบ้าง บางคนไม่ยอมจับดินสอเลย เราใช้อย่างอื่นแทน ใช้แป้งผสม


สีหนืด ๆ ใช้พู่กันกับสีน้ำ หรือสีโปสเตอร์ อาจเป็นสีเข้ม จาง หวาน ข้น
หรือใช้ชอล์ค แม้แต่ใช้เขียนในเพนท์บรัชโดยใช้เมาส์ ลองหลาย ๆ วิธี เด็กแต่ละคน ต่างใจ ต่างวิธี


ต่างมุข เราคงจะพบวิธีที่ลูกชอบมากที่สุดสักวันหนึ่งจนได้แล้วเส้นยังปรากฏเป็นแบบ ขนาดต่าง ๆ


กันไป ความยาว ความกว้าง พื้นผิว ทิศทาง และส่วนโค้ง ลูกของเราสามารถบอกลักษณะของเส้น


ดังกล่าวได้หรือไม่




กิ จ ก ร ร ม
นำรูปถ่ายหรือรูปเขียนใหญ่ ๆ มาหนึ่งรูป ให้ลูกมองหาเส้นอย่างที่
เราเคยรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ ใช้นิ้วชี้ขีดตามเส้นนั้น หรือจะเอาภาพ
โฆษณาใหญ่ ๆ ในหนังสือพิมพ์ มาวาดเส้นต่าง ๆ ตามไป สนุกดี



กิจกรรมฝึกทักษะ ลักษณะของเส้น และความรู้สึกที่เส้นให้กับเรา เส้นสร้างขึ้นจากจุดที่เคลื่อนไหวไปตามพื้นผิว มีความยาว และทิศทาง เส้นมีขนาด ความยาว ความกว้าง ทิศทางความ โค้ง สีต่างกันไปไม่สิ้นสุด
เส้นอาจเป็นเส้นสองมิติ เช่นเส้นดินสอบนกระดาษ หรือ สามมิติอย่างเช่น เส้นลวดจริงเป็นต้น







  • มีเส้นอยู่กี่แบบที่เราสร้างขึ้นมาได้



  • เส้นมีความหมายต่อสภาพแวดล้อม ของเราขนาดไหน



  • เราลองชวนเด็กมองไปรอบ ๆ ก็จะเห็นเส้นอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด



  • เส้นใดเรียกอย่างไร มันให้ความรู้สึกอย่างไร เด็กบอกได้ไหมเส้นสำคัญมากจริง ๆ



สร้างความมั่นใจ ความกล้าหาญที่จะแสดงออก คุณยังต้องทดลองเขียนเส้นรอยประ ให้ลูกลอกตาม ซึ่งตรงนี้ เด็กจะรู้สึกง่าย และ เคยทำในห้องเรียนในการลากเส้นตามรอยประอยู่แล้ว จากนั้น ให้เขาลงมือด้วยตัวเองอยู่ ทำกิจกรรมนี้บ่อย ๆ จนกระทั่งลูกมีความมั่นใจในตัวเอง เมื่อไม่ต้องลอกตามรอยประ


เกียรติศักดิ์ ผลิตาภรณ์ จิตรกร



สนทนี ศุขประเสริฐ ครูเด็กพิเศษ